2009/Feb/20

คำใหม่ที่เอาไว้ใช้

ก่อนใช้ต้องรู้ความหมายของมันก่อน

 

ติ่งหู (Ting-hu) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กะลา (Ka-la)

เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มักจะเป็นพวกวัยรุ่นหญิงบางกลุ่ม ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างแรง

 ซึ่งกำลังแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วในสังคมอินเทอร์เน็ต และสังคมโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยในปัจจุบัน พอๆกับ เกรียน และ โอตาคุ

ซึ่งติ่งหูมักพบได้ทั่วไปตาม เวปแฟนคลับต่างๆ

 

 

ติ่งหู หรือ กะลา คือ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต(+คนในโลกความจริง)ประเภทหนึ่ง ที่มีนิสัยแย่ๆดังนี้
  • บ้าดารา เป็นเนืองนิจ ทั้งดารานักร้องในประเทศ ต่างประเทศ และเลียนแบบต่างประเทศ โดยมักเรียกซูเปอร์สตาร์ในดวงใจของตนว่า ผัว ราวกับว่าตนเองได้ระลึกชาติว่าเคยเป็น ชะนี ในชาติที่แล้ว บางครั้งอาจรวมกลุ่มกันเป็นแฟนคลับสร้างเสริมความบ้าเข้าไปใหญ่
  • ทำตัวเป็น คุณหนู ไฮโซ พวกชั้นสูง ตัวเองต้องเหนือกว่าชาวบ้าน ชอบอวด ปากดี ขี้โอ่ ชอบฟุ้งเฟ้อ ชอบพูดแต่เรื่องแฟชั่น (ในกรณีที่ไม่พูดเรื่องดารา) ถ้าใครมาทำตัวเด่นกว่า เก่งกว่า สูงศักดิ์กว่า ก็มักอิจฉาริษยา ไปถล่มเว็บไซต์ บล็อก หรือMy IDเขา บ้างก็ไปป่วนในบอร์ดของนิยายคนอื่น โดยเฉพาะที่ติดอันดับ Top Ten หรือจวนเจียนจะได้ตีพิมพ์นิยายแล้ว ด้วยภาษาที่ดูเหมือนสุภาพ หากแต่ทำร้ายจิตใจคนอ่านได้ดียิ่งกว่าภาษาเกรียนซะอีก
  • ไร้สาระ ไม่มีแก่นสารของชีวิต วันๆจะวนเวียนไปกับกระทู้ที่โพสรูปดารานักร้อง หรือ คนหน้าตาดีไว้ แล้วก็คอมเมนต์พล่ามยกย่องเชิดชูราวกับว่าเขาเป็นพระเจ้าอย่างงั้นแหละ ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันคือ ภาษาวิบัติ สังเกตได้ตั้งแต่ Username ยัน Signature อักขระวิธีจะวิบัติและเสื่อมทั้งดุ้น (แถมยังพ่นภาษา Emoticon ออกมาเป็นชุดอีกต่างหาก
  • เป็น นักวิชากวน ทำตัวเป็นเด็กเรียน รอบรู้ทุกเรื่อง ทั้งๆที่ไม่รู้จริง มักจะใช้ภาษาสุภาพ ที่ดูสมเหตุสมผล ในการด่าและบั่นทอนจิตใจชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีใครก็ตาม มากล่าวบริภาษว่าร้ายแก่ตนเองหรือดารานักร้องคนโปรด คุณเธอก็จะเถียง+ด่าเป้าหมายด้วยภาษาสุภาพและคำศัพท์วิชาการล้วนๆ ซึ่งคำด่าอาจยาวเกินสิบบรรทัดด้วยซ้ำไป หากแต่เมื่อลองตั้งใจอ่านดู กลับพบว่าเนื้อหาสาระนั้น ไม่มี! แถมยังพูดจาเข้าข้างตัวเองทั้งนั้น
  • น้ำเน่า ชอบอ่าน/แต่งนิยาย(+การ์ตูน)รักหวานแหววน้ำเน่า ประเภทแค่อ่านย่อหน้าแรกก็รู้ตอนจบได้ ก็แค่พระเอกกับนางเอกงอนกันไปงอนกันมาล่ะว้า แถมนางเอกก็มักบื้อจนโง่ พระเอกก็บ้ากามอีกต่างหาก (เช่นเรื่อง มาเรียที่ฟัก เป็นต้น) หรือไม่ก็อ่าน/แต่งนิยายแนวเวทมนตร์ มนตรา โรงเรียนเวทมนตร์ เทพนิยาย ยุคกลาง หรือมหากาพย์ ซึ่งมีโครงเรื่องออกไปทาง ก๊อปชาวบ้านทั้งนั้น อนึ่ง ปัจจุบันเราไม่นับญาติแนวเวทมนตร์ว่าเป็นแนวเดียวกับแนวแฟนตาซีอีกแล้ว อันเนื่องมาจากเวทมนตร์เป็นศัพท์ที่พบกันจนเกร่อและชวนเอียน นิยายเรื่องไหนที่มีคำว่า เวทมนตร์ จึงมักไม่ใช่ แฟนตาซี ซึ่งหมายถึงจินตนาการอันเปี่ยมล้น (แถมบางคนชอบใช้ เวท กับ เวทย์ สลับกันมั่วอีกต่างหาก เวท - มาจาก เวท แปลว่า คำ,การพูด เวทย์ - มาจาก วิทฺย เป็นคำสันสกฤต ซึ่งแผลงจากบาลี วิชฺช แปลว่า วิชาความรู้)
  • ชอบ อยู่เป็นฝูง หากอยู่ตัวเดียวโดดๆ ติ่งหูจะไร้ซึ่งอำนาจในการคุกคามผู้อื่น เปลี่ยนการพูดจากลายเป็นแบบสาวน้อยไร้เดียงสา ใช้ภาษาวิบัติดัดเสียงให้ดูน่ารักๆ แต่หากอยู่กันครบหน้าแล้วล่ะก็... ใครขวางแม่ด่ายับแน่ โดยใช้เทคนิคเล่นพรรคเล่นพวก เหมือนนักการเมืองบางคน สนับสนุนพวกพ้อง รุมถองศัตรู (ถอง=แดก) และหากใครเคยฟังบทสนทนาของกลุ่มพวกติ่งหูในโลกความจริงแล้ว จะพบว่าพวกนี้จะลืมศัพท์วิชากวนที่ใช้ในโลกอินเทอร์เน็ตไปจนหมดสิ้น ใช้แต่คำหยาบคายในการพูดจากับเพื่อนล้วนๆ และมีศัพท์ทางเพศปลอมปนอีกมาก แถมบางครั้งยังทะเลาะวิวาทกันเองเพื่อแย่งชิงกันว่าดารานักร้องคนนั้นควรจะเป็นผัวของใครอีก เป็นต้น เรียกพวกติ่งหูพวกนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า แรด
  • ดูคนที่ภายนอก คือ หน้าตา สัดส่วน และแฟชั่นเครื่องแต่งกายล้วนๆ ไม่สนใจเรื่องอุปนิสัย หรือระดับสติปัญญาของคนอื่น (ยกเว้นคนที่กำลังหมั่นไส้ เรดาห์จับผิดจะทำงานดีนักแล) แถมยังหัวอ่อน เชื่อคนง่ายอีกด้วย ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด ไม่มีสมองในการกลั่นกรองพิจารณาแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับโม้คำโต อันเนื่องมาจากติ่งหูมี EQ สูงมากจนหน้าด้าน แต่ดันมี IQ ติดลบ แถมยังชอบเอาแต่ใจ บางคนก็เรียนเก่งในโลกความจริง แต่สติปัญญาก็มิได้มีการกระเตื้องขึ้นเลยแม้แต่น้อย
  • เชิดชูเกาหลี เมื่อมีคนมาพาดพิงถึงประเทศเกาหลี หรือบอกความจริงบางอย่างแก่ประเทศเกาหลี เหล่าติ่งหูจะรับไม่ได้ และด่าสาดเสียเทเสีย ด่าถึงบุพการีของผู้ที่พูดความจริง ทั้งๆ ที่มันจริงแท้ๆ อย่างเช่น ถ้ามีคนมาบอกว่า "คนเกาหลีส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว"(เรื่องจริง) ติ่งหูเหล่านั้นจะด่ากราด กล่าวหาว่าไม่เคยเห็นคนเกาหลี ไม่เคยไปประเทศเกาหลีอย่างแท้จริง ซึ่งความจริงแล้วนิสัยคนเกาหลีก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ น่ะแหละ เพียงแต่ติ่งหูยอมรับความจริงไม่ได้ แล้วด่ากราด เท่านั้นเอง
  • ไม่ชอบยอมรับความจริง เมื่อมีคนมาพูดเรื่องเกี่ยวกับดาราที่ตนชอบในแง่ลบ(แต่เป็นเรื่องจริง) ติ่งหูจะพยายามเถียง เมื่อเถียงแพ้(เนื่องจากมันเป็นความจริง)ก็จะด่ากราดถึงบุพการี เนื่องจากไม่สามารถยอมรับความ จริงได้ ดังที่จะเห็นบ่อยๆ คือ มีคนมาบอกว่า "กอล์ฟไมค์ก็อปเพลงไอ้ยุ่น" ติ่งหูจะไม่สามารถยอมรับความจริงได้อย่างเต็มที่ สงผลให้เกิดการด่ากราด จนเดือดร้อนถึงบุพการีในที่สุด

 

 

ที่มาของติ่งหู


ที่มาของคำว่า ติ่งหู หรือ กะลานั้น ต้นกำเนิดจะคล้ายๆกับเกรียน นั่นก็คือ

 มักจะเป็นกลุ่มเยาวชนตั้งแต่ ป.4 ไปจนถึง ม.ปลาย ซึ่งโรงเรียนที่ปกครองระบอบเผด็จการนั้น จ

ะบังคับให้เด็กนักเรียนหญิง ตัดผมทรงกะลา ซึ่งมักจะสั้นไม่เกินคาง แต่ถ้าบางแห่งเผด็จการมากๆ

ก็จะให้แค่สั้นมาก ถึงขั้นไม่เกินติ่งหู (แถมตัวมักจะดำอีกต่างหาก)

ซึ่งถ้าหากเกรียนกำลังคลั่งเกมออนไลน์อยู่ ติ่งหูก็กำลังคลั่งดาราบนทีวีหรือไม่ก็คลั่งนิยายน้ำเน่าบนบางเว็บไซต์อยู่แน่นอน แต่สมัยก่อนยังไม่มีคำว่า ติ่งหู หรือ กะลา

เพราะพวกนี้เดิมทีมีอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก (ประมาณ 1 ใน 10 ของเกรียน) แถมพวกนี้ยังชอบไปป่วนในโลกความจริงมากกว่า จึงไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามีตัวตนอยู่
แต่คำว่าติ่งหู หรือ กะลานั้น เริ่มแพร่หลายเมื่อ

 เด็กนักเรียนหญิงบางกลุ่มรวมหัวกันไปแรด ที่ห้างสรรพสินค้าหรือสถานเริงรมย์บางแห่ง

โดยที่ถึงจะไปเปลี่ยนชุดจากชุดนักเรียนมาแล้ว แต่ผมทรงกะลากับติ่งหูโผล่ก็ยังคงเป็นหลักฐานบ่งบอกระดับวัยวุฒิและคุณวุฒิอยู่ดี ผู้ใหญ่บางท่านผ่านมาเห็นก็เอือมระอา พร้อมๆกับกล่าวว่า

"โถๆยัยหนูกะลา อายุแค่นี้ทำซ่าจริงๆ" "ผมยังไม่ทันพ้นติ่งหูเล้ย เสียเด็กซะแล้ว" หรือ

"น้องๆจ๊ะ มากับเสี่ยมั้ยจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเลี้ยงฮอทดอกอุ่นๆให้นะจ๊ะ"

อะไรทำนองนี้ เมื่อมีมากรายเข้า คำว่า ติ่งหู หรือ กะลา จึงแพร่หลายในที่สุด
ติ่งหู หรือ กะลา เริ่มเป็นที่รู้จักในอินเทอร์เน็ต โดย ชาวประมูลบางคน

 ได้มาตั้งกระทู้ก่นด่ากลุ่มคนพวกนี้ เนื่องจากไม่พอใจในพฤติกรรมของพวกไฮโซจากบางเว็บไซต์ที่มักจะบ้าดาราจนเกินเหตุ แต่พอลองไปถามเรื่องพวกนี้ดู

(ว่ามันมีดีตรงไหนเนี่ย ไอ้นักร้องเกาหลีหน้าตุ๊ดคนเนี้ย)ปรากฏว่า ถูกหลอกด่าด้วยศัพท์วิชากวนซะจนเละ

 จึงเอามาระบายอารมณ์ที่เว็บไซต์ของตน ซึ่งต่อมาจึงได้เกิดสงครามขึ้นระหว่าง เว็บประมูล กับ บางเว็บไซต์ อย่างรุนแรง อีกกรณีหนึ่ง ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือ ผู้มีวุฒิภาวะบางท่าน

ซึ่งไม่พึงพอใจในการกระทำหลายๆอย่างของเด็กนักเรียนหญิงในสมัยปัจจุบันเป็นอย่างมาก

(เรียกได้ว่าเป็น เกรียนผู้หญิง นั่นเอง) จึงได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนี้ตามบอร์ดต่างๆ

ทำให้เกิดเรื่องฮือฮา และตื่นตัวในไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มากขึ้น นอกเหนือจากไวรัสเกรียนและโอตาคุ

โดย เทหร้าสเฟียร์ เป็นท่านแรกที่เสนอให้ใช้คำว่า กะลา แต่บักมารินอส

ผู้ปลุกระดมกระแสต่อต้านบางเว็บไซต์จากประมูลคนแรก รวมถึงพวกที่อยู่พันธุ์ทิพย์ด้วย

 ได้ใช้คำว่า ติ่งหู แทน ซึ่ง ทั่นผู้นั้น ได้เห็นว่า มันมีที่มาจากที่ๆเดียวกันทั้งคู่ นั่นก็คือ

ผมทรงนักเรียนหญิงนั่นเอง

เอามาจาก  http://th.uncyclopedia.info/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0% 

 

ปล. กรูขำ จริงๆ 555555555555555555555555+ 
 

 

 

edit @ 20 Feb 2009 01:52:56 by ★.·°Nami Jin.·°☆

edit @ 28 Jul 2009 17:48:09 by ★.·°NaMi JiN.·°☆

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อืม...สาระล้วนๆเลยนะครับ

จริงๆแล้วผมก็ไม่เคยได้ยินคำเรียกพวกนี้อ่านะ

ทั้งๆที่ก็สิงอยู่บอร์ดประมูล...

เอ๋...หรือว่าเรามัวสิงอยู่แต่บอร์ดนิยายหว่า?

sad smile sad smile sad smile
#1  by  prince_zatan At 2009-02-20 01:58, 
โอว มันมีที่มาแบบนี้นี่เอง
อ่านแล้วขำมาก 5555
#2  by  ดอกทอง - Mraz Mania At 2009-02-20 04:23, 
55555555555555555555555
เหี้่ย !!!! กูอ่านแล้วมึงเด๊ะๆ

#3  by  annjin (58.8.213.246) At 2009-02-20 20:12, 
เข้ามาขอขำ

555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555++
#4  by  แพรรี่ (124.120.47.43) At 2009-02-20 21:30, 
อ่านแล้วขำเหอะ
#5  by  Yam_aP (118.173.248.178) At 2009-02-25 15:27, 
ตกลง

ชั้นใช่ไหม

เพราะดูเหมือนว่า จะใช่และไมใช่

งงตัวเอง

555+
#6  by  ืีืnun_num_nim (118.174.166.6) At 2009-03-08 02:02, 

<< Home